สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ เสนอกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้ซื้อเกม ให้สามารถเล่นเกมที่ซื้อไปแล้วได้ แม้บริษัทจะปิดเซิร์ฟเวอร์
สหรัฐฯ เสนอกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้ซื้อเกม เล่นออฟไลน์ได้แม้ปิดเซิร์ฟ
สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ เตรียมเสนอกฎหมายฉบับใหม่ เพื่อคุ้มครองสิทธิความเป็นเจ้าของวิดีโอเกม หลังเกิดปัญหาผู้เล่นซื้อเกมในรูปแบบดิจิทัล แต่กลับไม่สามารถเข้าเล่นเกมได้เมื่อบริษัทผู้พัฒนาปิดให้บริการเซิร์ฟเวอร์
Ritchie Torres สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต รัฐนิวยอร์ก ประกาศแผนเสนอร่างกฎหมายชื่อ Power to the Players Act ซึ่งมีเป้าหมายให้ Federal Trade Commission (FTC) หรือคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐฯ กำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในการเป็นเจ้าของและเล่นวิดีโอเกมที่ซื้อไปแล้ว
ที่มา: Fortune
ปัจจุบันร่างกฎหมายดังกล่าว ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาคองเกรสอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวคิดสอดคล้องกับแคมเปญ Stop Killing Games ที่เรียกร้องให้บริษัทเกมรักษาสิทธิการเข้าถึงเกมของผู้ซื้อ โดยเฉพาะในยุคที่เกมดิจิทัลส่วนใหญ่อยู่ภายใต้ระบบใบอนุญาตใช้งาน (License) ซึ่งบริษัทสามารถเพิกถอนสิทธิหรือยุติการให้บริการได้
NBA 2K25 เกมที่อาจได้รับผลกระทบจากการปิดเซิร์ฟเวอร์
หนึ่งในกรณีที่ถูกกล่าวถึงในการประกาศร่างกฎหมายคือ NBA 2K25 เกมบาสเกตบอลที่เปิดตัวในปี 2567 ด้วยราคา 70 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคาราว 2,300 บาท)
แม้เกมจะวางจำหน่ายมาเพียงประมาณ 2 ปี แต่บริษัท 2K เตรียมนำเกมออกจากร้านค้าดิจิทัลในวันที่ 30 ต.ค. 2569 และมีกำหนดปิดเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับโหมดออนไลน์ในเดือน ธ.ค. 2569
การนำเกมออกจากร้านค้าดิจิทัลอาจไม่ใช่เรื่องแปลกในอุตสาหกรรมเกม แต่การปิดเซิร์ฟเวอร์ส่งผลให้ผู้เล่นไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ออนไลน์บางส่วนของเกมได้อีกต่อไป แม้ว่าจะเคยจ่ายเงินซื้อเกมในราคาเต็มก็ตาม สะท้อนปัญหาที่ผู้ซื้อเกมดิจิทัลอาจไม่ได้เป็นเจ้าของเกมอย่างแท้จริง แต่ได้รับเพียงสิทธิการใช้งานภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
เสนอให้ผู้ซื้อที่สิทธิ์เป็นเจ้าของเกม และต้องมีโหมดออฟไลน์เมื่อปิดเซิร์ฟเวอร์
ร่างกฎหมาย Power to the Players Act มีเป้าหมายให้ FTC กำหนดกฎระเบียบเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่
-
คุ้มครองสิทธิความเป็นเจ้าของเกม ให้ผู้ซื้อมีสิทธิเป็นเจ้าของเกมที่จ่ายเงินซื้อ แทนการได้รับเพียงใบอนุญาตใช้งานที่อาจถูกยกเลิก
-
บังคับให้มีโหมดออฟไลน์ หากบริษัทตัดสินใจปิดเซิร์ฟเวอร์ของเกม เพื่อให้ผู้เล่นยังสามารถเล่นเกมที่ซื้อมาได้ต่อไป
-
ป้องกันการสูญเสียสิทธิการเข้าถึงเกม จากการยุติบริการออนไลน์ของบริษัทผู้พัฒนาเกม
Torres ให้สัมภาษณ์กับ Kotaku ว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นการนำสิทธิความเป็นเจ้าของเกมกลับไปสู่รูปแบบที่เคยเป็นมาตรฐานในอดีต ก่อนที่อุตสาหกรรมเกมจะเปลี่ยนไปสู่การจำหน่ายเกมดิจิทัลเป็นหลัก
นอกจากนี้ Torres ยังมองว่า หากแนวทางคุ้มครองสิทธิผู้ซื้อเกมประสบความสำเร็จ ก็อาจนำไปสู่การเรียกร้องให้มีมาตรการลักษณะเดียวกันกับสื่อดิจิทัลประเภทอื่น เช่น หนังสือ ภาพยนตร์ และเพลงที่ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์
ร่างกฎหมายยังมีอุปสรรค อาจไม่ผ่านการพิจารณา
แม้แนวคิดของกฎหมายจะช่วยคุ้มครองผู้บริโภค แต่ยังมีความท้าทายหลายประการที่อาจทำให้ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง รัฐแคลิฟอร์เนียเคยเสนอร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายคล้ายกัน เพื่อรักษาสิทธิการเข้าถึงเกมออนไลน์ แต่ร่างดังกล่าวไม่ผ่านการลงมติในคณะกรรมาธิการเมื่อเดือน มิ.ย. 2569
นอกจากนี้ การมอบอำนาจให้ FTC เป็นผู้กำหนดกฎระเบียบอาจมีข้อจำกัดทางกฎหมาย หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินในปี 2567 ให้ยกเลิกหลักกฎหมาย Chevron Deference ซึ่งก่อนหน้านี้เปิดทางให้ศาลยอมรับการตีความกฎหมายที่มีความคลุมเครือของหน่วยงานรัฐบาลกลางในบางกรณี ผลจากคำตัดสินดังกล่าวทำให้ FTC และหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ มีอำนาจในการตีความและกำหนดกฎระเบียบที่จำกัดลง โดยอาจถูกศาลสั่งระงับมาตรการ หากเห็นว่าหน่วยงานไม่มีอำนาจตามกฎหมายเพียงพอ
ตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นคือ กฎของ FTC ที่ต้องการห้ามการใช้ข้อตกลงไม่แข่งขันทางธุรกิจ (Noncompete Clauses) ซึ่งถูกผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางสั่งระงับ เนื่องจากเห็นว่า FTC ไม่มีอำนาจออกกฎในลักษณะดังกล่าว
ดังนั้น แม้ Power to the Players Act จะเป็นอีกความพยายามสำคัญในการปกป้องสิทธิของผู้ซื้อเกมดิจิทัล แต่ยังต้องติดตามว่าร่างกฎหมายจะได้รับการเสนอเข้าสู่สภาคองเกรสและผ่านกระบวนการพิจารณาหรือไม่ รวมถึง FTC จะมีอำนาจในการบังคับใช้มาตรการตามที่เสนอได้มากน้อยเพียงใด
ที่มา: Engadget
