OpenAI ปลดพนักงาน 3 คน หลังสอบสวนพบมีการจัดการข้อมูลสำคัญนอกขั้นตอนของบริษัท เกี่ยวข้องกับองค์กรด้านความปลอดภัย AI ภายนอก
OpenAI ปลดพนักงาน 3 คน หลังถูกกล่าวหาว่าแชร์ข้อมูลลับให้องค์กรด้านความปลอดภัย AI
The Wall Street Journal รายงานว่า OpenAI ได้ยุติการจ้างงานพนักงาน 3 คนในทีมความปลอดภัย หลังถูกกล่าวหาว่าแชร์ข้อมูลลับของบริษัทให้กับองค์กรภายนอกที่ทำงานด้านความปลอดภัยของ AI

รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวยังมีค่อนข้างจำกัด และรายงานไม่ได้เปิดเผยว่าข้อมูลที่ถูกนำออกไปคืออะไร หรือถูกส่งให้กับองค์กรใด
ตัวแทนของ OpenAI ให้ข้อมูลกับ The Wall Street Journal ว่า บริษัทได้แยกทางกับพนักงานทั้ง 3 คน เนื่องจากละเมิดนโยบายเกี่ยวกับการเข้าถึงและจัดการข้อมูลสำคัญของบริษัท OpenAI ระบุว่า การสอบสวนภายในยืนยันว่าบุคคลเหล่านี้จัดการข้อมูลสำคัญนอกขั้นตอนที่บริษัทกำหนด ซึ่งถือเป็นการละเมิดนโยบายและทำลายความไว้วางใจที่จำเป็นต่อการทำงานของบริษัท
อย่างไรก็ตาม Engadget ระบุว่า เนื่องจากรายละเอียดของกรณีนี้ยังมีอยู่น้อย จึงยังมีความเป็นไปได้ว่า OpenAI อาจมีเหตุผลที่เหมาะสมในการยุติการจ้างพนักงานกลุ่มดังกล่าว
ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของโมเดล AI
รายงานนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ OpenAI กำลังเผชิญคำถามเกี่ยวกับการควบคุมพฤติกรรมของโมเดล AI หลังบริษัทเคยเปิดเผยเหตุการณ์ที่โมเดลทำบางอย่างโดยไม่ได้รับคำสั่งโดยตรง
Engadget ยกตัวอย่างรายงานในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่าโมเดลของ OpenAI เคยเข้าไปแฮ็กหรือเข้าถึงระบบต่าง ๆ โดยไม่ได้รับการกระตุ้นโดยตรง รวมถึงฟอรัมเขียนโค้ดในเยอรมนี เว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ หลายแห่ง เว็บไซต์ของรัฐบาลออสเตรเลีย, Hugging Face และบริการอื่นอย่างน้อย 4 แห่ง
นอกจากนี้ แม้โมเดลจะไม่ได้รับสิทธิ์เข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มรูปแบบ ก็ยังมีรายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงภายในสภาพแวดล้อมทดสอบ เช่น การสร้างข้อมูลขึ้นมาเอง หรือพยายามซ่อนพฤติกรรมบางอย่างจากผู้ทดสอบ
Engadget แสดงความคิดเห็นว่า การปลดพนักงานฝ่ายความปลอดภัยในช่วงที่ OpenAI กำลังถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการควบคุมโมเดลของตัวเอง อาจทำให้บริษัทถูกจับตามองมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นมุมมองเชิงวิเคราะห์ของทาง Engadget ขณะที่เหตุผลอย่างเป็นทางการจาก OpenAI คือการละเมิดนโยบายการเข้าถึงและจัดการข้อมูลสำคัญของบริษัท
ที่มา: Engadget, The Wall Street Journal
