Google เปิดตัว Gemini 3.7 Flash เพิ่มความสามารถด้านเขียนโค้ด เอเจนต์ และงานซับซ้อน พร้อมราคาเริ่มต้นลดลงครึ่งหนึ่งจากรุ่นก่อน
Google เปิดตัว Gemini 3.7 Flash โมเดลสำหรับงานเขียนโค้ด และเอเจนต์ที่ฉลาดขึ้น
Google เปิดตัว Gemini 3.7 Flash เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2026 โดยระบุว่าเป็นโมเดลระดับ Workhorse ที่ฉลาดที่สุดของบริษัทสำหรับงานเขียนโค้ด และเอเจนต์ ต่อยอดจากความนิยมของโมเดลตระกูล Flash

โมเดลใหม่นี้เปิดตัวหลัง Gemini 3.6 Flash เพียง 3 สัปดาห์ และเป็นผลจากความคิดเห็นของนักพัฒนา รวมถึงนวัตกรรมด้านอัลกอริทึมที่ Google เตรียมนำไปใช้กับโมเดลในอนาคต
Gemini 3.7 Flash ได้รับการปรับปรุงอย่างมากในงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ งานที่ต้องใช้ความรู้ และเวิร์กโฟลว์การพัฒนาเว็บ พร้อมราคาแนะนำช่วงเปิดตัวต่อ 1 ล้านโทเคน ที่ลดลงครึ่งหนึ่งจากราคาเดิมของ Gemini 3.6 Flash
เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อน
Gemini 3.7 Flash ทำคะแนนดีขึ้นกว่า Gemini 3.6 Flash ในงานเขียนโค้ด เช่น การแก้ไขข้อผิดพลาด และปัญหาในซอฟต์แวร์ รวมถึงสร้างโค้ดที่ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกได้ดีขึ้น
ผลทดสอบด้านการสร้างโค้ดที่พร้อมใช้งานจริงมีดังนี้
- FrontierCode 1.1 Main: 43.6% เทียบกับ 34.4%
- DeepSWE v1.1: 65.3% เทียบกับ 49.0%


สำหรับการพัฒนาเว็บ Gemini 3.7 Flash สามารถสร้างเลย์เอาต์ที่ใช้งานได้จริง และแอปที่มีฟีเจอร์ครบถ้วน โดยใช้คำสั่งน้อยลง
ด้านการสร้าง UI โมเดลสามารถทำตามแนวทางการออกแบบแ ละสร้างผลงานให้ใกล้เคียงกับข้อมูลอ้างอิง ไม่ว่าจะเป็นภาพหน้าจอ รูปภาพ หรือระบบการออกแบบฉบับเต็ม โดยทำคะแนน Elo บน WebDev Arena ของ Arena.ai ได้ 1588 คะแนน เทียบกับ 1538 คะแนนของ Gemini 3.6 Flash

ในสาขาที่มีข้อมูลหนาแน่น เช่น การเงิน กฎหมาย และชีววิทยาศาสตร์ โมเดลใหม่ได้รับการปรับปรุงด้านการใช้เหตุผลและความแม่นยำ โดยทำคะแนนในแบบทดสอบ GDP.pdf ซึ่งวัดความสามารถในการประมวลผลเอกสารซับซ้อนได้ 34.0% เทียบกับ 22.0%
Gemini 3.7 Flash ยังทำคะแนน AutomationBench ได้ 30.4% เทียบกับ 17.0% แสดงถึงความสามารถที่ดีขึ้นในการทำเวิร์กโฟลว์ทางธุรกิจในสถานการณ์จริง
ทำตามคำสั่งดีขึ้น พร้อมลดการตรวจสอบ และลองใหม่
Google ระบุว่า Gemini 3.7 Flash มอบประสบการณ์สำหรับนักพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยปรับตัวเมื่อพบอุปสรรค ชี้แจงเจตนาเมื่อจำเป็น และทำตามคำสั่งได้แม่นยำกว่าเดิม
โมเดลยังใช้ความพยายามมากขึ้นกับการวางแผนหลายขั้นตอน และการเรียกใช้เครื่องมือ การดำเนินงานอย่างเป็นระบบช่วยลดการตรวจสอบด้วยตนเอง และลดจำนวนครั้งที่ต้องลองใหม่ในเวิร์กโฟลว์ด้านวิศวกรรม
เสียงตอบรับช่วงแรกจากลูกค้าระบุว่า Gemini 3.7 Flash ให้ประสิทธิภาพ และความแม่นยำที่ดีกว่า Gemini 3.6 Flash อย่างมาก ขณะที่ยังมีต้นทุนต่ำ
ราคาแนะนำช่วงเปิดตัว
Gemini 3.7 Flash เปิดให้ใช้งานด้วยราคาแนะนำช่วงเปิดตัวจนถึงสิ้นปี 2026ฃ โดยมีค่าบริการดังนี้
- Input: 0.75 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคน
- Output: 3.75 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคน
Google ระบุว่าราคาดังกล่าว เมื่อรวมกับประสิทธิภาพของโมเดลที่เพิ่มขึ้น จะช่วยให้นักพัฒนา และลูกค้าขยายระบบเอเจนต์ที่พร้อมใช้งานจริงได้อย่างคุ้มค่า
Gemini Spark เปลี่ยนมาใช้ Gemini 3.7 Flash
Gemini Spark สำหรับสมาชิก Google AI Pro และ Ultra ในกว่า 160 ประเทศ เริ่มเปลี่ยนมาใช้ Gemini 3.7 Flash ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค. 2026
Google เปิดตัว Spark ภายในงาน I/O ในฐานะเอเจนต์ AI ส่วนตัวที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และดำเนินการในนามของผู้ใช้ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้
การอัปเดตโมเดลครั้งนี้ช่วยให้ Spark ทำงานที่ต้องใช้ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมปรับปรุงการใช้เครื่องมือร่วมกับแอป Google Workspace เพิ่มความแม่นยำและคุณภาพผลลัพธ์สำหรับเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อนและต้องใช้ทักษะหลายด้าน
Gemini Spark สามารถนำแนวคิดไปดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น เช่น การรวบรวมไฟล์ การร่างอีเมล และการอัปเดตเอกสารสถานะ
เพิ่มมาตรการป้องกันด้านความปลอดภัย
Gemini 3.7 Flash มาพร้อมมาตรการ Frontier Safety ที่ได้รับการปรับปรุงให้ครอบคลุมและแข็งแกร่งขึ้น เพื่อป้องกันการนำโมเดลไปใช้ในทางที่ผิดในด้านเคมี ชีวภาพ รังสี และนิวเคลียร์ หรือ CBRN รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์
ขณะเดียวกัน Google ระบุว่ายังคงเปิดทางให้กับการใช้งานที่เป็นประโยชน์ ตามแนวทางด้าน bioresilience และโครงการด้านไซเบอร์ของบริษัท โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก model card ของ Gemini 3.7 Flash
ช่องทางทดลองใช้ Gemini 3.7 Flash
- นักพัฒนา: ทดลองเวิร์กโฟลว์ที่ให้เอเจนต์เป็นศูนย์กลางผ่าน Google Antigravity หรือเริ่มพัฒนาด้วย Gemini API ผ่าน Google AI Studio และ Android Studio
- องค์กร: ใช้งานผ่าน Gemini Enterprise Agent Platform และแอป Gemini Enterprise
- ผู้ใช้งานทั่วไป: ใช้งานผ่าน Spark ในแอป Gemini สำหรับสมาชิก Google AI Pro และ Ultra ในประเทศที่รองรับ
ที่มา: Google

