iOS 10 ทุกเรื่องที่อยากรู้ มีอะไรใหม่ เปิดตัวเมื่อไหร่ ควรอัปเดตดีไหม ต้องอัปเดตอย่างไร

iOS 10 เปิดตัวในงาน WWDC 2016 เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมปล่อยเวอร์ชันทดสอบ (iOS 10 Beta) ให้อัปเดตสำหรับนักพัฒนาและคาดว่าจะเปิดให้ใช้งานจริงทั่วไปสำหรับทุกคนปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนนี้ครับ

ในหน้าเพจนี้จะขอรวบรวมเรื่องราวของ iOS 10 มาให้ทุกท่านได้ชมจะได้ไม่ต้องค้นหากันให้เมื่อย ในนี้จะมีทุกๆ อย่างเกี่ยวกับ iOS 10 ที่คุณควรรู้ พร้อมแล้วไปชมกันเลยครับ

ไอโอเอส 10

สารบัญ iOS 10

  1. iOS 10 Timeline
  2. iOS 10 เปิดให้อัปเดตอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่?
  3. อุปกรณ์ที่ใช้งาน iOS 10 ได้มีรุ่นไหนบ้าง?
  4. iOS 10 มีอะไรใหม่
  5. การเตรียมตัวอัปเดต iOS 10 และการสำรองข้อมูลเครื่อง เช่น รูปถ่าย รานยชื่อ โน้ตและ LINE แบบสมบูรณ์
  6. วิธีการอัปเดต iOS 10 แบบ OTA หรือ iTunes
  7. รวมลิงก์ดาวน์โหลด iOS 10 IPSW
  8. FAQ คำถามที่พบบ่อยๆ สำหรับ iOS 10

1. iOS 10 Timeline

  • เปิดตัวครั้งแรกที่งาน WWDC 2016 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2559
  • ปล่อย iOS 10 Developer Beta 1 ให้นักพัฒนาทดสอบเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2559 หลังจบงาน WWDC
  • ปล่อย iOS 10 Developer Beta 2 ให้นักพัฒนาทดสอบเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2559
  • ปล่อย iOS 10 Public Beta 1 ให้บุคคลทั่วไปร่วมทดสอบเมื่อวันที่  8 ก.ค. 2559
  • ปล่อย iOS 10 Developer Beta 3 ให้นักพัฒนาทดสอบเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2559
  • ปล่อย iOS 10 Public Beta 2 ให้บุคคลทั่วไปร่วมทดสอบเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2559
  • ปล่อย iOS 10 Developer Beta 4 ให้นักพัฒนาทดสอบเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2559
  • ปล่อย iOS 10 Public Beta 3 ให้บุคคลทั่วไปร่วมทดสอบเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2559
  • ปล่อย iOS 10 Developer Beta 5 ให้นักพัฒนาทดสอบเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2559
  • ปล่อย iOS 10 Public Beta 4 ให้บุคคลทั่วไปร่วมทดสอบเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2559
  • ปล่อย iOS 10 Developer Beta 6 ให้นักพัฒนาทดสอบเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2559
  • ปล่อย iOS 10 Public Beta 5 ให้บุคคลทั่วไปร่วมทดสอบเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2559
  • ปล่อย iOS 10 Developer Beta 7 ให้นักพัฒนาทดสอบเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2559
  • ปล่อย iOS 10 Public Beta 6 ให้บุคคลทั่วไปร่วมทดสอบเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2559
  • ปล่อย iOS 10 GM เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2559

2. iOS 10 เปิดให้อัปเดตอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่?

ตามกำหนดการเปิดให้อัปเดต iOS 10 นั้นคือวันที่ 13 กันยายน 2559 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะตรงกับช่วงกลางดึกของวันที่ 13 ย่างเข้าสู่วันที่ 14 กันยายน 2559 ตามเวลาในประเทศไทย

3. อุปกรณ์ที่ใช้งาน iOS 10 ได้มีรุ่นไหนบ้าง?

ด้วยข้อจำกัดทางด้านฮาร์ดแวร์และอาจจะเป็นเหตุผลทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทาง Apple ตัดสินใจที่จะให้อุปกรณ์เหล่านี้เท่านั้นสามารถอัปเดต iOS 10 ได้แก่

 

ios 10 device support 02

iPhone

  1. iPhone 7, iPhone 7 Plus
  2. iPhone SE
  3. iPhone 6s, iPhone 6s Plus
  4. iPhone 6, iPhone 6 Plus
  5. iPhone 5s
  6. iPhone 5c, iPhone 5

iPad

  • 9.7‑inch iPad Pro
  • 12.9‑inch iPad Pro
  • iPad mini 4, iPad mini 3, iPad mini 2
  •  iPad Air 2, iPad Air
  • iPad (4th generation Model)

iPod touch

  • iPod touch (6th generation)

4. iOS 10 – มีอะไรใหม่

ios10-banner

ภาพรวมของ iOS 10 คือการ “ปรับปรุงสิ่งที่มีใน iOS 9 ให้ดีขึ้นและเพิ่มสิ่งใหม่ๆ เข้าไป” และมีลูกเล่นหลายอย่างที่เปลี่ยนไปในเวอร์ชันนี้ มาชมกันว่าจุดเด่นของ iOS 10 มีอะไรบ้าง

apple-wwdc-20160613-2672

1. หน้า Lockscreen & Notification

  • ปรับปรุงหน้า Locksceen แบบใหม่
  • ปรับหน้า notification ใหม่ ให้ดูสะอาดขึ้น, เคลียร์การแจ้งเตือนทั้งหมดได้
  • Control center ปรับปรุงให้มีลูกเล่นเพิ่มขึ้น
  • มี Widget  แสดงสภาพอากาศและข้อมูลอื่นๆ หน้า
  • Notification Center รองรับการใช้งานร่วมกับ 3D Touch หน้า Lockscreen ได้ เช่นการกด 3D Touch เพื่อพรีวิวหรือตอบ Quick Reply ของ iMessage
  • เปลี่ยน Slide to unlock เป็น Press home to open

2. Siri

  • Siri เปิดกว้างให้นักพัฒนามากขึ้น
  • ฉลาดมากขึ้น
  • สามารถสั่งให้ส่งข้อความผ่านแอปแชทอื่นๆ เช่น WhatsApp, WeChat ได้
  • สั่งให้จองรถแท็กซี่อย่าง Uber ได้
  • ภาพรวมแล้ว Siri สามารถรับคำสั่งที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น

3. QuickType

  • คาดเดาการพิมพ์
  • พิมพ์ได้เร็วขึ้น คำที่คาดเดานั้นยาวขึ้น
  • ฉลาดมากกว่าเดิมว่าเราจะตอบอะไร เช่น ถามว่าอยู่ไหนระบบเดาคำก็จะเสนอตำแหน่งพิกัดปัจจุบันมาให้ทันที

4. Photos

  • การค้นหารูปขั้นสูง ค้นหาด้วยความจำและการเชื่อมโยงของภาพ แบ่งหมวดให้เสร็จแทบไม่ต้องทำอะไรเลย
  • Memories สามารถสร้างเป็นบันทึกความทรงจำรวมภาพหลายรูปและแสดงข้อมูลและคนได้
  • ระบบจดจำใบหน้า สามารถบอกรายชื่อผู้ติดต่อในรูปหรืออัลบั้มเหล่านั้นได้
  • แต่งรูป Live Photos (ใน iPhone 6s, 6s Plus, SE, 7, 7 Plus) ได้ เช่น การเพิ่มฟิลเตอร์สีให้ Live Photos ที่ถ่ายแล้วเหมือนกับการถ่ายรูปภาพแบบปกติทั่วไป
  • เพิ่มสัญลักษณ์ (Markup) ให้กับรูปภาพได้ เช่น การชี้จุดบนภาพหรือเพิ่มวงกลม, ตัวหนังสือ ลงในรูปถ่าย

5. Maps

  • เปิดกว้างให้นักพัฒนาสามารถทำแอปใช้งานกับ Maps ได้มากขึ้น เช่น พัฒนาให้เรียกแอปแท็กซี่ UberX จากสถานที่ที่ค้นหาได้เลยผ่านตัวแอป Maps
  • ค้นหาสถานที่ได้ดีกว่าเดิม
  • ปรับปรุงการแสดงผลของระบบนำทาง
  • Maps สามารถแนะนำสถานที่ใกล้เคียงได้ดีขึ้น และแม่นยำมากยิ่งขึ้น
  • เพิ่มเมนู Ride สำหรับเรียกรถแท็กซี่ได้ด้วย

6. Music

  • ปรับปรุง UI ใหม่ สะอาดและดูง่ายกว่าเดิม
  • มีแถบแยกเพลงที่ดาวน์โหลดเสร็จแล้ว
  • เพิ่มเนื้อเพลง

7. News

  • Apple News (แอปพลิเคชันอ่านข่าว) ทำดีไซน์ใหม่และคุยว่าตอนนี้มีคนติดตามกว่า 60 ล้านคน แต่น่าเสียดายที่เนื้อหาภาษาไทยยังไม่ค่อยเยอะเท่าที่ควร

8. Home

  • HomeKit ระบบจัดการอุปกรณ์ IOT ในบ้าน
  • เพิ่มแอป Home สำหรับ iOS
  • แอปโฮมใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านได้ เช่น หลอดไฟ, เครื่องปรับอากาศ, ประตูโรงรถ ฯลฯ
  • ตั้งโหมดได้ เช่น โหมดกลางคืน เลือกได้ว่าจะให้หลอดไฟหลอดไหนติดบ้าง, โหมดเข้านอนจะปิดม่านตรงไหน เปิดไฟห้องไหนไว้ทำได้หมด
  • เพิ่มอุปกรณ์ที่ใช้งานกับ HomeKit มากขึ้น

9. Phone

  • ปรับปรุงระบบ Voicemail

10. iMessage

  • ปรับปรุงใหญ่สำหรับระบบส่งข้อความ
  • ส่งสติกเกอร์ได้
  • รองรับ Digital Touch
  • ส่งเพลงจาก Apple Music ได้
  • รองรับกับการใช้งานร่วมกับแอปจาก App Store ดาวน์โหลดแอปสำหรับใช้กับ iMessage ได้
  • ข้อความสามารถเลือก emoji มาสลับได้

เพิ่มเติมลิสต์รายการทั้งหมดของ iOS 10

  1. วอลเปเปอร์ใหม่ หน้าจอล็อคสกรีนใหม่ปัดด้านซ้ายเพื่อดู Widget และปัดด้านขวาเพื่อเปิดกล้องถ่ายรูปได้
  2. โฟลเดอร์เปลี่ยนไปเล็กน้อยและเอฟเฟกต์เปลี่ยน
  3. ตัวหนังสือหนาขึ้น อ่านง่ายขึ้น
  4. ยกเครื่องเพื่อเปิดจอ คว่ำจอก็จะดับ ใช้ได้กับ 6s, 6s Plus, SE
  5. โฆษณาแอปใน App Store
  6. ปุ่ม Back ปรับเปลี่ยนไป
  7. Siri เปลี่ยนมาอยู่ใต้การตั้งค่า
  8. Siri ฉลาดขึ้นสามารถตอบคำถามต่อเนื่องจากประโยคคำถามก่อนหน้าได้ และเสียง(อังกฤษ)ของ Siri ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  9. iCloud Drive แสดงเนื้อหาไฟล์ที่ซิงก์กับเครื่อง Mac
  10. แชร์โน้ตจากแอป Notes ให้เพื่อนๆ ได้ ผ่านเบอร์โทรหรือ Apple ID และแก้ไขร่วมกันได้
  11. facetime เชื่อมต่อได้เร็วขึ้น
  12. เพิ่มรูปแบบหน้าจอของ Apple Watch ใหม่มากขึ้น (ต้องอัปเดต Apple Watch เป็น watchOS 3.0)
  13. การตั้งค่าอีเมล, รายชื่อและปฏิทินนั้นแยกเมนูกันชัดเจน อยู่ภายใต้เมนู Settings (การตั้งค่า)
  14. รองรับ Apple Pay จ่ายผ่าน Safari ได้
  15. ปรับหน้าตาของรายชื่อใหม่ ในหน้าเบอร์โทร
  16. วีดีโอปรับตั้งค่าคุณภาพได้และเลือกได้ว่าจะให้เล่นผ่านเซลลูลาร์หรือไม่
  17. ปรับหน้าตาใหม่ของ Control Center
  18. เปลี่ยนชื่อ AirPlay Mirroring เป็น AirPlay Screen สำหรับส่งภาพและเสียงบน iPhone, iPad ไปยัง Apple TV หรือ Mac (ต้องติดตั้งแอปเพิ่มที่ Mac)
  19. 3D Touch เพิ่มเมนูเยอะขึ้น เช่น ไฟฉายปรับระดับความสว่างได้, คัดเลือกค่าจากเครื่องคิดเลขได้, กล้องถ่ายรูปเลือกเมนูการถ่ายได้
  20. Widget และ Notification จะแยกคนละหน้า
  21. ออกแบบ Widget แบบใหม่ดูดีกว่าเดิม
  22. Widget ใช้งานร่วมกับ 3D Touch ได้
  23. เพิ่ม  Widget ใหม่ๆ ได้
  24. Spotlight เก็บประวัติการค้นหา
  25. การตอบเร็วบน Notification นั้นปรับปรุงให้น่าใช้งานกว่าเดิม
  26. Safari เปิดแท็บหน้าเว็บได้อย่างไม่จำกัด
  27. Safari เพิ่ม Split View ได้ (เปิด 2 หน้าเว็บพร้อมกันในหน้าจอเดียว) ใช้ได้กับ iPad
  28. หน้าต่างการส่งไฟล์มัลติมีเดียร์แบบใหม่ใน iMessage, ถ่ายภาพ live view ไปยัง iMessage ได้
  29. แต่งภาพ ใส่ลายเซนต์ ใส่ markup ในภาพก่อนส่งใน iMessage ได้
  30. ส่งลิงก์วีดีโอจาก youtube ใน imessage สามารถเปิดดูได้ในนั้นเลย
  31. ส่งลิงก์เว็บผ่าน imessage ก็สามารถแสดงพรีวิวของลิงก์นั้นๆ ได้
  32. ส่ง Digital Touch ได้ (วาดรูปแล้วจะถูกส่งไปให้คนรับ) ภาพที่แสดงนั้นเป็นแบบกำลังวาด ไม่ใช่ส่งภาพที่เสร็จแล้วไป
  33. Digital Touch ใช้ได้กับรูปและวีดีโอ แต่งหรือวาดทับก่อนส่งได้
  34. ส่งข้อความไปพร้อมกับลูกเล่นได้ เช่น การทุบ, การซ่อนข้อความ เป็นต้น
  35. ส่งข้อความไปพร้อมใส่เอฟเฟกพื้นหลังได้ เช่น พลุหรือไฟดิสโก้
  36. App Store สำหรับ iMessage เช่นโหลดสติกเกอร์เพิ่มและอื่นๆ ส่งผ่านทาง iMessage ได้
  37. เลือกอีโมจิแทนคำที่กำลังพิมพ์ได้
  38. แสดงสถานะอ่านแล้วได้เป็นรายบุคคลและสามารถโต้ตอบทันทีกับข้อความที่รับหรือส่งได้ (ประหนึ่งการ Like โพส)
  39. คีย์บอร์ดคาดเดาคำที่เราต้องการพิมพ์ได้มากและยาวขึ้น
  40. เสียงปุ่มกดคีย์บอร์ดแบบใหม่ มีหลายเสียง
  41. คีย์บอร์ดเดาภาษาที่เรากำลังพิมพ์ได้เช่น หากเรากำลังสนทนาภาษาอังกฤษปนสเปน ตัวคีย์บอร์ดจะเดาคำภาษาสเปนให้เราเพิ่มด้วย ทำให้การพิมพ์นั้นง่ายและเร็วขึ้น(สำหรับคนที่สนทนาแบบหลายภาษา)
  42. ปฎิทินสามารถแนะนำเวลาที่คุณควรจะออกเดินทาง(จากบ้าน) ได้ โดย จะดูข้อมูลของสถานที่บวกกับสภาพการจราจร เช่น ตั้งใจออกจากบ้านตอน 5 โมงเย็นเพื่อไปงานแต่ง แต่ปฏิทินอาจจะแนะนำว่าให้ออกบ้านเร็วกว่านั้นเพราะสภาพการจราจรติดขัด เป็นต้น
  43. หากมีอีเมลหรือข้อความส่งมาให้เข้าร่วมงานหรือไปกิจกรรมต่างๆ ตัวปฏิทินสามารถแนะนำให้เพิ่มเข้ามาในระบบอย่างง่ายดาย
  44. อ่านอีเมลแบบโต้กลับไปมาได้ง่ายมากขึ้น
  45. ฟิลเตอร์อีเมลได้ เช่น เมลที่ยังไม่ได้อ่าน
  46. พิมพ์อีเมลแบบ 2 ฉบับดูไปพร้อมๆ กันได้ (iPad)
  47. คอลัมน์ในกล่องอีเมล สามารถซ่อนแถบของโฟลเดอร์ได้ (iPad)
  48. หากต้องการย้ายอีเมล ระบบจะแนะนำว่าควรย้ายไปที่โฟลเดอร์ไหน
  49. ข้อมูลอีเมลล่าสุดจะอยู่บนสุด
  50. ยกเลิกจดหมายข่าวจากอีเมลที่ได้รับได้ ถ้าเมลนั้นส่งมาจากระบบจดหมายข่าวเรากดยกเลิกได้เลย
  51. แอป Clock เปลี่ยนธีมสีขาวเป็นสีดำ
  52. เพิ่มฟีเจอร์แนะนำการเข้านอน Bedtime Wake Alarm
  53. ออกแบบหน้าปัดนาฬิกาจับเวลาของ chronograph stopwatch ใหม่
  54. ใช้ 3D Touch เลือกเวลานับถอยหลังใน Control Center ได้
  55. เพิ่มแอป Home สำหรับจัดการอุปกรณ์ Homekit
  56. ปรับปรุงแอป Health ใหม่พร้อมวิดีโอแนะนำการใช้งาน
  57. แอป Activity สามารถแชร์กิจกรรมที่ทำได้ เช่น แชร์ข้อมูลการวิ่ง
  58. App Store ตัดแท็บ Explore ออกและแทนที่ด้วย Categories
  59. Music ใช้ฟีเจอร์ Split View บน iPad
  60. ดาวน์โหลดเพลงแบบอัตโนมัติในแอป Music
  61. จัดการการดาวน์โหลดเพลงได้ง่ายขึ้น
  62. กำหนดเนื้อที่สำหรับดาวน์โหลดเพลงจาก Music ได้ เช่น 1GB, 5GB
  63. ปรับปรุงหน้าตาของแอป Music ใหม่ดูง่ายกว่าเดิม และระบบค้นหาเพลงแบบใหม่ที่มาพร้อมกับ Trending
  64. แอป Photos ค้นหารูปถ่ายโดยค้นจากชื่อคนหรือสิ่งอื่นๆ ได้ เช่น Car, Mountain, House, Room
  65. เพิ่มแท็บ Memories สำหรับ Photos สร้างวิดีโอพรีเซนต์จากรูปถ่ายของเราได้
  66. Photos app search enhancements
  67. ปรับแต่ง Live Photos ได้
  68. ใส่ฟิลเตอร์ให้ Live Photos ได้
  69. ทำเครื่องหมายหรือ Markup รูปที่เราถ่ายได้ (ย้อนกลับไปต้นฉบับก็ได้)
  70. ระบบ Auto Enhance ของ Photos ทำงานได้ดีขึ้น
  71. ระบบปรับสี แสงของภาพ ทำได้ดีขึ้น
  72. แอป News ปรับไอคอนและ UI ใหม่
  73. เรียงลำดับเรื่องที่ชอบในแอป News ได้
  74. Maps ปรับดีไซน์ใหม่เพิ่มรายละเอียดเยอะขึ้น
  75. ระบบ Navigation ทำงานได้ดีขึ้นและแสดงภาพ Overview ของการเดินทางทุกครั้งที่เลี้ยว
  76. แสดงตำแหน่งที่จอดรถล่าสุด (หากใช้งานร่วมกับ CarPlay)
  77. Maps เพิ่มเมนู Ride สำหรับเรียกรถแท็กซี่ได้ เช่น UberX
  78. Maps ค้นหาสถานที่และสามารถจอง(ร้านอาหาร) ผ่านแอปได้เลย
  79. เพิ่มแอป Swift Playgrounds สำหรับเอาไว้สอนให้คนหัดเขียนโปรแกรมภาษา Swift
  80. ในการตั้งค่าการช่วยเหลือ มีโหมดปรับฟิลเตอร์สีจอสำหรับผู้พิการทางสายตาได้
  81. 3D Touch ที่ไอคอน Settings สามารถเลือกปิดข้อมูลเซลลูลาร์ได้
  82. 3D Touch ยกเลิกการดาวน์โหลดแอปได้
  83. 3D Touch แชร์ลิงก์ดาวน์โหลดแอปจากไอคอนแอปที่ติดตั้งลง iPhone แล้ว ส่งไปให้เพื่อนๆ ได้
  84. เปลี่ยนการแสดงผลอุณหภูมิ (C/F) ได้ในเมนู Language & Region
  85. iOS 10 แจ้งเตือน Disconnect Lightning Accessory เมื่อพอร์ตชาร์จเครื่อง iPhone มีความชื้น
  86. iOS 10 สามารถลบแอปของ Apple ที่ติดมากับ iOS เครื่องได้แล้ว และสามารถติดตั้งกลับได้
  87. เปิดกล้องถ่ายรูปได้อย่างรวดเร็ว โดยการสไลด์หน้า Lock screen ไปด้านซ้าย (Swipe Left)

5. การเตรียมตัวอัปเดต iOS 10

backup iphone before ios 10

สำรองข้อมูล iPhone, LINE, รูปถ่าย

  • รายชื่อ เบอร์โทรและโน้ตต่างๆ ให้เก็บไว้กับ iCloud (Settings> iCloud ล็อกอินด้วย Apple ID แล้วเปิดรายชื่อ โน้ตและอื่นๆ ที่ต้องการอัปโหลดไปเก็บที่ iCloud)
  • รูปให้ก๊อปลงคอม
  • LINE ให้สำรองข้อมูลแชทไปยัง iCloud
  • จำไว้ว่าไม่แนะนำให้สำรองข้อมูลด้วย iTunes แล้วนำมารีสโตร์ เพราะไฟล์การตั้งค่าต่างๆ ในตอนที่เจลเบรคจะกลับมาด้วย ทำให้เครื่องรวนได้

สามารถอ่านเรื่อง รวมวิธีการสำรองข้อมูล iPhone รายชื่อ โน้ต รูปถ่ายและ LINE ก่อนอัปเดต iOS 10 เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มได้เช่นกันครับ

6. วิธีการอัปเดต iOS 10

ios-ota-update

มีวิธีการอัปเดตด้วยทั้งหมด 4 วิธี คลิกแต่ละลิงก์ไปอ่านวิธีการได้เลยนะครับ

7. ดาวน์โหลด iOS 10 IPSW ที่ไหน

ios 10 ipsw dowload

สำหรับบ้านใครเน็ตช้าๆ WiFi ช้า ไม่แนะนำให้อัปเดตผ่าน OTA เพราะบางครั้งไฟล์จะมีปัญหาช่วงดาวน์โหลดหรือเน็ตอาจจะไม่ดี ส่งผลให้การอัปเดตไม่สมบูรณ์ ดังนั้นเพื่อความชัวร์ให้ดาวน์โหลดไฟล์ iOS 10 IPSW ไปอัปเดตผ่าน iTunes แทนนะครับ  ดาวน์โหลด iOS 10 IPSW ได้ที่นี่ครับ

 

8. FAQ คำถามที่พบบ่อยๆ

  1. อัปเดต iOS 10 ดีไหม? – โดยภาพรวม iOS 10 ทำงานดีกว่า เร็วกว่า iOS 7,8,9 และฟีเจอร์เยอะกว่าด้วยเช่นกันครับ แนะนำเลยว่าควรอัปเดต
  2. อัปเดตแล้วจะช้าหรือเปล่า? – ความเร็วดีกว่าเวอร์ชันก่อนหน้า
  3. แอปต่างๆ รองรับแล้วหรือยัง? – แอปส่วนใหญ่ใช้งานได้ไม่มีปัญหา อย่างแอปธนาคารเช่น KTB, KBANK, SCB, BBL ก็ใช้งานได้หมด ยิ่ง LINE, Facebook ใช้งานได้ปกติเลย ส่วนถ้ามีแอปไหนยังไม่รองรับอีกไม่นานก็คงจะอัปเดตตามมาครับ
  4. เครื่องรุ่นไหนติดตั้งได้บ้าง? iPhone 5 และใหม่กว่า, iPad 4, Air, Air 2, mini 2 3 4, iPad Pro ทุกรุ่น (ดูเพิ่มที่นี่)
  5. iPhone, iPad ไม่ขึ้นให้อัปเดตเวอร์ชั่นใหม่? แนะนำให้เปลี่ยนใช้ 3G/4G  ตรวจสอบเมื่อพบอัปเดตแล้วค่อยปรับมาเป็น WiFi ครับ อ่านเพิ่มเติม
  6. Rise to wake ใช้กับรุ่นไหนได้บ้าง? ตอบ 6s, 6s Plus, SE, 7 และ 7 Plus
  7. อัปเดต iOS 10 ผ่าน Wi-Fi ไม่ผ่าน ขึ้นให้เชื่อมต่อ iTunes ชมแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไรไม่ให้ข้อมูลหาย
  8. อัปเดต  iOS 10 แล้วแบตเตอรี่หมดเร็วต้องทำอย่างไร?อ่าน 10 วิธีในการแก้ปัญหา iOS 10 แบตเตอรีหมดเร็ว
ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net
ad9-border