Meta เปิดตัว Muse Code เอเจนต์เขียนโค้ดผ่าน Terminal สำหรับ macOS และ Linux โดยผู้ใช้จ่ายถูกลงสูงสุดราว 20 เท่า หากยินยอมให้นำข้อมูลไปฝึกโมเดล AI
Meta เปิดตัว Muse Code เอเจนต์เขียนโค้ดสำหรับ macOS และ Linux
Meta เปิดตัว Muse Code เอเจนต์สำหรับงานเขียนโค้ดผ่าน Terminal ซึ่งรองรับทั้ง macOS และ Linux โดยขณะนี้เปิดให้ใช้งานในรูปแบบ Beta และขับเคลื่อนด้วย Muse Spark 1.2 โมเดลรุ่นล่าสุดของ Meta
Mark Zuckerberg ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta ระบุว่า Muse Code สามารถจัดการงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์แบบครบวงจรบน Repository ขนาดใหญ่ได้ ตั้งแต่การวางแผนการเปลี่ยนแปลง เขียนโค้ด ไปจนถึงตรวจสอบผลลัพธ์ด้วย Subagent หลายตัวที่ทำงานต่อเนื่อง

Meta ส่ง Muse Code แข่งขันกับ Codex และ Claude Code
Muse Code ถือเป็นผลิตภัณฑ์ของ Meta ที่วางตำแหน่งใกล้เคียงกับ Codex ของ OpenAI และ Claude Code ของ Anthropic
การเปิดตัวครั้งนี้ยังถือเป็นการรุกเข้าสู่ตลาด Agentic Coding ครั้งสำคัญครั้งแรกของ Meta
มีคำสั่งสำเร็จรูปสำหรับช่วยวางแผน และตรวจสอบงาน
Muse Code มาพร้อม Skill เริ่มต้นหลายรายการ เช่น
/planสำหรับเปลี่ยนงานให้เป็นแผนที่ต้องได้รับการอนุมัติก่อนดำเนินการ/grillสำหรับทดสอบและตั้งคำถามกับแผนอย่างเข้มข้น/goalสำหรับทำงานต่อเนื่องจนบรรลุเป้าหมายที่กำหนด
Muse Code ยังเก็บบันทึกเหตุการณ์แบบเพิ่มข้อมูลต่อท้ายไว้ภายในเครื่อง ครอบคลุมการเรียกโมเดล การใช้เครื่องมือ การอนุมัติ และการแก้ไขทุกครั้ง
หากระบบหยุดทำงานหรือเกิดข้อผิดพลาด Muse Code จะสามารถกลับมาทำงานต่อจากจุดเดิมได้
ใช้งานผ่าน Terminal โดยไม่มีแอปแยก
ผู้ใช้สามารถติดตั้ง Muse Code ผ่านคำสั่งเดียว แล้วใช้งานผ่าน Terminal บน Mac ได้โดยตรง
Meta ยังไม่มีแอป Muse Code แบบแยกสำหรับใช้งานผ่านอินเทอร์เฟซกราฟิก
ราคาแบบ Standard
Muse Spark 1.2 มีราคาเริ่มต้นดังนี้
- Input Token: 1.25 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Token
- Output Token: 4.25 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Token
แพ็กเกจ Standard จะไม่อนุญาตให้ Meta นำ Prompt และคำตอบของผู้ใช้ไปใช้ฝึกโมเดล
ราคาถูกลงหากยินยอมให้นำข้อมูลไปฝึก AI
Meta เสนอแพ็กเกจ Contributor ที่มีราคาถูกลงมาก สำหรับผู้ใช้ที่ยินยอมให้บริษัทนำ Prompt และคำตอบไปใช้ฝึกโมเดล AI ในอนาคต
ราคาในแพ็กเกจ Contributor ได้แก่
- Input Token: 0.10 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Token
- Output Token: 0.20 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Token
เมื่อเทียบกับแพ็กเกจ Standard ค่า Input Token ถูกลง 12.5 เท่า ส่วน Output Token ถูกลง 21.25 เท่า
แต่แพ็กเกจราคาถูกมีข้อจำกัดการใช้งานมากกว่า
แพ็กเกจ Contributor จำกัดการใช้งานไว้ที่
- 60 คำขอต่อนาที
- 2,100,000 Token ต่อนาที
ส่วนแพ็กเกจ Standard รองรับ
- 3,000 คำขอต่อนาที
- 4,000,000 Token ต่อนาที
ดังนั้น ผู้ใช้ต้องเลือกระหว่างค่าบริการที่ถูกลงพร้อมยินยอมให้นำข้อมูลไปฝึกโมเดล หรือจ่ายในราคาที่สูงกว่าเพื่อรักษาข้อมูล Prompt และคำตอบไม่ให้ถูกใช้ในการฝึก AI
ที่มา: MacRumors
